7 เทคนิคโค้ชผู้จัดการใหม่ให้มาผ่านทดลองงาน ฉบับ HR มืออาชีพ

เจอเหมือนกันไหมคะ? .. ผู้จัดการมาเริ่มงานใหม่ .. ยังไม่ค่อยรู้อะไร ก็หยวน ๆ กันไป อยู่ ๆ ไป เอ๊ะ ทำไมเหมือนยังไม่ค่อยรู้อะไรอยู่ดี .. หันกลับมามองปฏิทิน .. ตายละวา อยู่กันไป 5-6 เดือนแล้ว … ทำยังไงดี?
.
อีกรายหนึ่งที่ไลน์มาปรึกษา
บอกว่าผู้จัดการครบ 90 วัน ดูแล้วยังไม่ค่อยรู้อะไร หวั่น ๆ ว่าปล่อยไป ถ้ายังไม่ดีขึ้น ตอนเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชย
.
คำถามคือทำยังไงดี?
.
คำตอบคือ เจ้าของกิจการในฐานะผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้างานผู้จัดการ มีหน้าที่ช่วยให้ผู้จัดการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดในช่วงทดลองงาน
.
แล้วต้องช่วยยังไง?
วันนี้พา 7 เทคนิคที่ใช้กันในองค์กรระดับโลกมาฝากในคลิป
ดูจบแล้วเล่าสู่กันฟังหน่อยว่ามีวิธีอื่นมั้ย? จะได้แบ่งปันกันนะคะ
.
.
สิ่งที่ผ่านไปเล้วเกิดขึ้นแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
ผู้จัดการที่รับมาแล้ว ดูไม่ค่อยเวิร์ค อาจต้องตัดสินใจว่าจะต่อเวลา หรือ จะตัดใจแยกทางกันไป
.
.
.
ทีมงานเดอะวิสดอม พลัส เป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข ผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปด้วยดีนะคะ
.
.
.
=======================
เคียงข้างเจ้าของธุรกิจแก้ปัญหาองค์กร
มีคำตอบให้ทุกคำถามเรื่อง “คน”
หนึ่งในสามหมื่นวิธีแก้ปัญหาภายในองค์กร
—————————————
“เจ้าของกิจการกว่า 200+ คนบอกตรงกันว่าพี่โมตอบได้ทุกคำถาม”
“200+ business owners confirmed that consultant Mo has an answers to every question”
ปรึกษาฟรี 30 นาที นัดหมายล่วงหน้า คลิก  https://calendly.com/thewisdomplus/30min
30 minutes free consultant click  https://calendly.com/thewisdomplus/30min
.
Call : +66 61 465 9715
ID line : @thewisdomplus
E-mail : pmo@thewisdomplus.com

HOME


Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCjSpPsShert6zpY24vsU-WA

S Curve เครื่องมือที่เจ้าของกิจการต้องรู้แล้วจะรอด!

เคยมั้ยคะ? มานั่งคิดว่าทำไมตอนเปิดตัวสินค้า,บริการหรือธุรกิจ มันบูมเอา บูมเอา
ลูกค้าเยอะมาก ตอบไลน์แทบไม่ทัน แต่ตอนนี้แชทร้าง สต็อกของเยอะ จนนั่งถามกับตัวเองว่า.. เราทำอะไรผิด?
หรือคนไม่กล้าใช้เงิน? หรือเศรษฐกิจไม่ดี? หรือ….​ อีกมากมาย ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน.. เช่นเดียวกับธุรกิจ

ถ้าคุณรู้จักกับ S Curve ของธุรกิจ
คุณไม่ได้นอนแน่ๆ เพราะว่าสิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณไหวตัวทัน!

การหา The New S Curve

ลองคิดกันเล่นๆ เทียบธุรกิจกับชีวิต คนเรามีทั้งช่วงเกิด ช่วงเติบโต ช่วงเป็นวัยรุ่น เข้าสู่ช่วงวัยชรา ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน มีทั้งช่วงก่อตั้ง ช่วงเก็บสะสมประสบการณ์ ช่วงรุ่งโรจน์และทุกธุรกิจ เพราะฉะนั้น ทุกสินค้า และ ธุรกิจ ก็มีขาขึ้นและขาลง แต่เชื่อไหมคะ? ว่าเราสามารถหนีวงจรพวกนี้ และเ ราเติบโตได้ต่อเนื่องล่ะ?

การหา S Curve “ไม่ ใช่ เรื่อง ใหม่”

เป็น “หน้าที่”​ ที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องรู้ แต่หลายคนดันโฟกัสเรื่องอื่นๆ ยอดขายในแต่ละวัน จนลืมมอง Big Picture ของธุรกิจตัวเอง จนทำให้เมื่อถึงคลื่นขาลงแล้ว จะตะกายหาช่องทางขึ้นมาไม่ได้ เพราะสัญญาณแรกๆที่เจ้าของกิจการไม่ได้สังเกต คือ “การเติบโตอัตราถดถอย”​ ภาษาง่ายๆ คือ ยอดขายเริ่มตกลงบ้าง… นิดหน่อย ไม่มาก แต่เราไม่ได้สังเกตตรงจุดนี้เลยไม่ได้มองภาพใหญ่ๆ คำแนะนำ เจ้าของกิจการ ต้องหาสินค้าและบริการ ตัวที่ 2 3 4 มารองรับ เพื่อสร้าง S Curve ของธุรกิจ เพราะหากขาดสภาพคล่อง ซบเซา ขายของไม่ได้ ไม่มีคนซื้อบริการ ก็ไม่มีเงินในการขับเคลื่อน สินค้าและบริการ มันมาเป็นคลื่นค่ะ แต่ละความนิยม ความปังปุ ไม่เท่ากัน ถ้าเรามัวแต่รอให้ธุรกิจเราปังไปเรื่อยๆ แล้วรอจนลูกค้าหายปังก่อน เราอาจไม่มีเวลาในการหาสินค้าใหม่มาทดแทนจนสร้างให้ติดตลาดได้ทันท่วงที

ธุรกิจของคุณตอนนี้ อยู่ ณ จุดไหน? มาลองดูกัน

ชวนคุยกันเล่นๆ วาดตัว S ตัวโตๆบนกระดาษของคุณ แล้วบอกเราหน่อยว่าธุรกิจของคุณตอนนี้ อยู่ ณ จุดไหนล่ะ?

Level : กำลังเริ่ม -> กำลังเติบโต -> กำลังถึงจุดสูงสุด -> กำลังลดลง

ถ้าธุรกิจหลักของเราเริ่มถดถอย เรามี Plan B เรามีสินค้าบริการเข้าไปแทนที่ไหม? ..

วิธีสังเกตง่ายๆในการสร้าง S Curve

Sales ยอดขาย

Goods and Services สินค้าและบริการ

Customer ลูกค้า

Process กระบวนการผลิตและบริการ

Budget งบกำไร ขาดทุน

หากคุณไม่แน่ใจ อยากมีผู้ช่วยวิเคราะห์ให้ขาด ต้องการ คำแนะนำเพิ่มเติม หรือ สร้าง Plan B ไว้ เพื่อให้ทันต่อการรับมือ Modern HR Thailand เรามีผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดพาคุณรอดทุกซีซั่น ในทุกช่วงชีวิตของธุรกิจคุณค่ะถ้ามีข้อสังเกตอื่นๆต้องการคำปรึกษาก็สามารถสอบถามมาได้เลยค่ะ

Line OA: @modernhrthailand
หรือ คลิก https://lin.ee/ggCaYPC
Facebook: Modern HR by Mo

เมื่อพนักงาน เบื่องาน จะทำอย่างไรดี!?

คราวที่แล้วเราได้พูดถึงการสังเกตตัวเองและเพื่อนรอบข้างที่ประสบภาวะ QQ
แต่ในฐานะ ผู้ประกอบการ หรือ หัวหน้า จะทำอย่างไรดี!?
เมื่อคุณพบว่าพนักงานในบริษัทเกิดความรู้สึก
“เบื่องานแต่ไม่ลาออก”
“ทำงานไปวันๆ”
“นี่ไม่ใช่ธุระหรืองานของฉัน”


ในเคสนี้ เหล่าเจ้าของบริษัทและหัวหน้าจะแก้ไขปัญหานี้ยังไงดี?

แน่นอนว่าหากพูดถึงช่วงเวลาที่แสนยากลำบากของทุกๆธุรกิจที่ผ่านมานั้นก็คือยุค COVID-19 หลายๆบริษัทพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดของบริษัท วิธีที่ยอดนิยม คือ ปลดพนักงานบางส่วน บางทีมออก ส่วนคนที่อยู่ ต่อก็ปุ๊บปั๊บรับโชค ได้รับภาระหน้าที่เพิ่มเติม สิ่งที่ตามมาก็คือส่งผลให้พนักงานต่างก็หมดไฟในการทำงาน จนกระทั่งกลายเป็นทำงานแค่ตามหน้าที่ เมื่อนานๆเข้าสั่งสมจนกลายเป็นสภาวะ Quiet Quitting (QQ)นั้นเอง!

ในฐานะผู้ประกอบการ เจ้าของบริษัท หรือ หัวหน้างาน คงจะไม่ชอบใจหากพนักงานเกิดภาวะเช่นนี้ แต่..แล้วฉันเลือกอะไรรได้ไหมมมมมม?

7 ข้อพื้นฐานสำหรับผู้ที่อยากแก้ไขปัญหา

จากการตระเวนและช่วยแก้ไขปัญหาด้านบุคคลให้กับองค์กรต่างๆทั้งเอกชน ภาครัฐ SME สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่พี่โมอยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากแก้ไขปัญหาเป็นแต่ละข้อๆไปเช่น..

Comfort Zone : การสร้างให้ตนเองเป็นหัวหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ทำให้พนักงานกล้าพูดคุยด้วย อย่างจริงใจ
Straight Forward Communication : การพยายามพูดคุยกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมา เช่น การพูดคุยกันถึงความคาดหวัง ความต้องการ
Listening with Emphaty : ใส่ใจ รับฟัง และแสดงให้พนักงานเห็นว่า เขามีคนเห็นคุณค่า เห็นความหมายในสิ่งที่พวกเขาทำ
Let’s take a quality rest : การสร้างความเข้าใจ และส่งเสริมให้พนักงานในทีมมีเวลาพักผ่อน เช่น การลาพักร้อนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน
Positive Environment : สร้างบรรยากาศที่ดีต่อสุขภาพจิต เช่น จัดกิจกรรมคลายเครียด ทำให้ทีมได้รู้จักกันมากขึ้น
Understaning Nature of Business : สื่อสารให้พนักงานเข้าใจธรรมชาติของงานนั้นๆ
Discovering a new thing : มีเวลาให้พนักงานทำสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้ มีพื้นที่ให้เติบโต

ล้วจะช่วยได้อย่างไร?

เชื่อเถอะค่ะว่าการมีใครสักคนในที่ทำงาน ที่ช่วยรับฟังปัญหาของพนักงาน คอยถามไถ่อย่างใส่ใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยจะทำให้พนักงานกล้าที่จะเล่า ระบายความในใจ และช่วยทำให้บรรยากาศการทำงานและองค​์กรขับเคลื่อนไปแบบก้าวกระโดดจากการที่พนักงานช่วยเหลือกันพัฒนาและหวังดีกับองค์กร แต่การปรับเปลี่ยนในทันทีทันใดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เมื่อในวัฒนธรรมบางองค์กรถูกฝังรากลึกไปแล้ว หรือไม่สามารถแตะไปถึงแก่นของปัญหาที่แท้จริง หรือถ้าหากหัวหน้าหรือเจ้าของ

หรือ HR ไม่สามารถทำได้ก็ไม่ใช่จะหมดหวังไปซะทีเดียว อีก 1 ทางออกที่นิยมกันอย่างแพร่หลายใน การพัฒนาองค์กรและปรับจูนความคิด กับเหล่าพนักงานคือ การเข้ามามีส่วนร่วมของ HR Business Partner คือ การมีคนนอกองค์กรมาช่วยมองจากมุมมองที่กว้างขึ้น และ เป็นคนที่ไม่ตัดสิน หรือ ฟังความฝ่ายใดฝ่ายนึง ทำหน้าที่คอยรับฟัง ชวนคุย และหาทางออกร่วมกันเพื่อจุดประสงค์เดียวกับหัวหน้าและเจ้าขององค์กร ก็จะช่วยแก้ไขปัญหา และ ช่วยประหยัดเวลาในการวางรากฐานวัฒนธรรมขององค์กรใหม่ได้เช่นกันค่ะ

แล้วบทความหน้า เราจะมาหาวิธีในการออกจาก สภาวะคิวคิว นี้กัน หรือถ้าลูกน้องเราหรือเพื่อนร่วมงาน คนในทีมของเราอยู่ใน สภาวะคิวคิว เราจะช่วยเค้าอย่างไรดี?
สำหรับวันนี้ถ้ามีข้อสังเกตอื่นๆต้องการคำปรึกษาก็สามารถสอบถามมาได้เลยค่ะ

Line OA: @modernhrthailand
หรือ คลิก https://lin.ee/ggCaYPC
Facebook: Modern HR by Mo

หรือนี่คือ สัญญาณของ Quiet Quitting

ยินดีด้วย!! ในที่สุดพรุ่งนี้ก็ถึงวันศุกร์สุดหรรษาซักทีนะคะ แต่เอ๊ะ.. บางทีคุณอาจจะกำลังดีใจมากเกินไปหรือเปล่า?
ลองสำรวจตัวเองและคนโต๊ะข้างๆกันดูหน่อย ว่า เช้าวันจันทร์ และ เย็นวันศุกร์ มีความหมายกับคุณและพวกเขามากแค่ไหน..

ถ้าเกิดว่าคำตอบคือ…

พอถึงเช้าวันจันทร์ พบว่าตัวเองนั้น ตื่นเช้ามา
ไม่อยากไปทำงาน

เมื่อมาถึงที่ทำงานแล้ว รู้สึกเบื่อ การเจอปัญหาเดิมๆ

คุณมักจะหงุดหงิดง่าย เหวี่ยงใส่คนรอบตัว คนใกล้ชิดบ่อยๆ

อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังเป็น!! Quiet Quitting หรือ QQ อยู่นั้นเอง…

แน่นอนว่ากระแสนั้นได้ยินมาสักพักนึงแล้ว วันนี้ The Wisdom Plus จะมาช่วยขยายความ คำว่า Quiet Quitting (QQ) ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านจัดการด้านบุคคล
(พี่โม กมนต์ศรัณญ์ – CEO of The Wisdom Plus) นั้นมีความหมายว่าอะไร?

QQ (คิวคิว).. นั้นคืออะไร?

การกระทำ หรือ มีพฤติกรรมเหมือนกับการ “ลาออกแบบเงียบๆ” แต่ “ไม่ได้ลาออกจริงๆ” โดยมี mindset หรือ performance ไปในเชิงทำงานไปตามหน้าที่ แต่ไม่ได้ทุ่มเทกับทำงานเป็นพิเศษ

จุดเริ่มต้นของ QQ

นั้นมักมาจากความรู้สึกของพนักงานที่เริ่มไม่ชอบ หรือไม่พอใจในบางสิ่งบางอย่างของบริษัท อาทิ ไม่ชอบเจ้านาย ไม่ชอบงาน ไม่ชอบระบบ จนเกิดภาวะ Burn Out จากพนักงานไฟแรงเต็มที่กับงาน แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น จนข้างในใจเกิดความรู้สึกท้อ จนทำให้เกิดวามรู้สึกว่าไม่ได้อยากกระตือรือร้นกับการทำงานอีกต่อไป

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้แล้วเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยไปพลางๆ หรือรู้สึกว่า “เฮ้ย!ทำไมคล้ายกับความคิดของเราตอนนี้เลย” อยู่ละก็..​ลองมา check list ง่ายๆ ตาม 3 ข้อด้านล่างนี้ดูเพื่อเช็คให้ชัวค์ว่าคุณก็เป็นคิวคิวไปกับเขาด้วยรึป่าวกันดู

อาการเหล่านี้ ใช่คุณหรือเพื่อนร่วมงานคุณหรือเปล่า?

  1. ความรู้สึกตอนตื่นนอน : พอลืมตาตื่นขึ้นมา รู้สึกเหนื่อยอยากนอนต่อ อยากให้วันนี้เป็นวันหยุด ในใจจะเริ่มหาข้ออ้างแล้วว่า วันลาเต็มรึยังว้าาา วันนี้จะป่วยเป็นอะไรดี? เอ๊ะวันนี้หาเหตุผลอะไรไม่เข้า office ได้บ้าง?
  2. เวลาทำงาน : พอมาถึงที่ทำงาน แค่เปิดประตูมาก็ไม่ได้รู้สึกรื่นเริง ความเลวไม่มีความดีไม่ปรากฏ พอนั่งโต๊ะที่ทำงาน มอง to do list เห็นงานแล้วถอนหายใจ รู้สึกว่าเจอปัญหาซ้ำๆ วนไปวนมาจนท้อแท้ เบื่อ รู้สึกลบกับงานที่ได้รับมอบหมาย เมื่อสะสมความรู้สึกนี้เป็นระยะเวลานานๆเข้า จะส่งผลทำให้ performance ของคุณเริ่มช้าลง ส่งงานช้า ทำงานพลาดมากขึ้น หลงลืม ไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการแชร์ไอเดีย
  3. หลังเลิกงาน : แม้จะเลิกงานแล้ว แต่กลับถึงบ้าน ก็ยังอารมณ์ค้าง หงุดหงิดใส่คนในบ้านอย่างไม่มีเหตุผล

คำตอบน่าจะมีอยู่ในใจของคุณแล้วใช่มั้ย?

คำตอบน่าจะมีอยู่ในใจของคุณแล้วใช่มั้ย?
ถ้าคุณรู้สึก “ถูกต้องงงแบบตะโกนนนน” ติด tag สีแดง ให้ตัวเองได้เลย
ถ้าคุณรู้สึก “อื้มมม..เกือบจะถูกหมดเลย ติดนิดหน่อย” ติด tag สีเหลือง
ถ้าคุณรู้สึก “บ้าาา..ไอเลิฟมายจ็อบ มันเดย์อีสมายเฟบเวอริท”​ติด tag สีเขียว ให้ตัวเองไว้ก่อน
แล้วบทความน่า เราจะมาหาวิธีในการออกจากสภาวะคิวคิวนี้กัน หรือถ้าลูกน้องเราหรือเพื่อนร่วมงาน คนในทีมของเราอยู่ในสภาวะคิวคิว เราจะช่วยเค้าอย่างไรดี?

สำหรับวันนี้ถ้ามีข้อสังเกตอื่นๆสามารถส่งมาได้ทาง inbox หรือโพสต์ใต้คอมเม้นท์นี้ หรือต้องการคำปรึกษาก็สามารถสอบถามมาได้เลยค่ะ
LineOA: @modernhrthailand
Facebook: Modern HR By Mo